Happy Korea

Happy Thai

KTCC.com

HAPPY KOREA  

Tour Package
cherry_seorak

Happy Flora Jeju
Cherry Adventure
Happy Cherry Healthy

About Korea
national
location
climate
gallery
food
festival
korea.x.ray

โรงแรม
วัด และ สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
สถานที่ท่องเที่ยว
ตลาด และ สถานที่Shoping
Showและสถานที่ถ่ายทำละคร

FAQ
FAQ

HAPPY_THAI
travel_in_faq
travel_in_about_thailand
travel_in_tourist

   

 

 

วัด และ สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

 

Seoul

พระราชวังเคียงบ๊อก ( Gyeongbokgung Palace )

พระราชวังโบราณที่เก่าแก่ที่สุด ในอดีตพระราชวังแห่งนี้มีอาคารมากกว่า 200 อาคาร แต่ได้ถูกทำลายไปมากในสมัยที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครอง เคยเป็นศูนย์บัญชาการทางการทหาร และเป็นที่ประทับของกษัตริย์กว่า 600 ปีก่อน ชมพระที่นั่งสำคัญๆ อาทิ ตำหนักกษัตริย์ ตำหนักราชินี ตำหนักทรงพระอักษร ท้องพระโรงออกว่าราชการ และนำท่านถ่ายภาพคู่กับพลับพลากลางน้ำอันสวยงาม

พิพิธภัณฑ์คติชนพื้นเมือง ( Nation Folk Museum )

รับทราบประวัติความเป็นมาของคนเกาหลีตั้งแต่ยุคโบราณ ผ่านทางห้องแสดงหุ่นจำลอง

ทำเนียบประธานาธิบดี ( Blue House )

ทำเนียบของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน โน มู เฮียน แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอนุสาวรีย์รูปนกฟีนิกซ์ สัญลักษณ์ความเป็นอมตะชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขารูปหัวมังกร และวงเวียนน้ำพุ นับเป็นจุดที่มีฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดของกรุงโซล

หมู่บ้านวัฒนธรรมนัมซาน ( Namsan Hanok Village )

เดินย้อนเวลากลับไปในหมู่บ้านของสังคมชั้นสูงในสมัยราชวงศ์โชซอน หรือที่เรียกว่ายางบัล บ้านทั้งห้าหลังนี้เดิมกระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ กรุงโซล แต่ภายหลังถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่    ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมในสมัยราช วงศ์โชซอนบนพื้นที่ 7934 ตารางเมตร เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังมีสวนแบบเกาหลี จัตุรัสกระสวยเวลา ร้านจำหน่ายของที่ระลึกที่มีพ่อค้าแม่ค้าในชุดฮันบกคอยต้อนรับ และการละเล่นของเด็กชาวเกาหลีในสมัยก่อนให้ได้ลอง อาทิ ยุนโนริ การปลูกดอกไม้ให้ลงในกระบอก ในช่วงวันหยุดจะมีการจัดพิธีแต่งงานแบบโบราณที่บ้านแพคยองโฮ

พระราชวังเคียงฮุยกุง ( Gyeonghuigung Palace )

พระราชวังอันดับสองของราชวงศ์โชซอนเป็นหนึ่งในห้า พระราชวังของราชวงศ์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของโซลและถูกเรียกว่าโซกวอน ซึ่งหมายถึงวังตะวันตกตามสถานที่ตั้ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1617 พระราชวังเคียงฮุยกุงจะถูกใช้เป็นสถานที่ลี้ภัย ของกษตริย์ยามที่บ้านเมืองมีภัย ในสมัยก่อนภายในบริเวณพระราชวังเคียงฮุยกุงเต็มไปด้วย อาคารน้อยใหญ่นับร้อยหลัง แต่หลังจากถูกญี่ปุ่นทำลายในยุคสงครามเกาหลี-ญี่ปุ่น พระราชวังเดิมก็ได้รับการบูรณะจนอยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนอย่าง ที่เห็นในปัจจุบันอีกครั้ง ส่วนอาคารที่เคยอยู่กันอย่างหนาแน่นเหลือ เพียงที่โล่งซึ่งถูกจัดเป็นสวนด้านหน้า และอีกส่วนหนึ่งญี่ปุ่นสร้างโรงเรียนขึ้นมาแทน ที่ก่อนที่โรงเรียนมัธยมเคียงซอง จะย้ายมาทำการแทน พร้อมชมการแสดง โชว์ เทควันโด ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของเกาหลี และ โชว์ การร้องเต้นเล่นระบำพื้นบ้าน

วัดโชเกซา ( Jogyesa Temple )

วัดแห่งนี้อยู่ใจกลางเมือง และวันที่8 เดือน 4 ของปีจันทรคติ จะมีขบวนแห่โคมไฟรูปดอกบัว ซึ่งตั้งต้นที่สนามกีฬาทงแดมุน เคลื่อนไปตาม ถนนชงโน และไปสิ้นสุดที่วัดโซเกซา

 

วัดพงอึนซา ( Bongunsa Temple )

ท่านผู้อาวุโสเยินโฮ สร้างวัดนี้ในปี ค.ศ.794 ในช่วงสมัยกษัตริย์วอนซองแห่งราชวงศ์ชิลลา ในหอพระสูตรจะมีท่อนไม้แขวนอยู่ ซึ่งได้สลักพระสูตรไว้โดยช่างประดิษฐ์อักษรผู้มีชื่อเสียงก้องไปทั่วเกาหลี

 

 

Suwon

ป้อมฮวาซอง ( Hwasong Fortress )

ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างจากสมัยพระเจ้าชองโจ ใน ค.ศ.1796 (ประมาณ 209 ปี) ตั้งล้อมรอบเมืองซูวอน ซึ่งแสดงถึงเทคนิคการสร้างชั้นยอดฝีมืออันประณีต มีการเก็บรักษาไว้อย่างดี ป้อมนี้สร้างขึ้นด้วยหินและอิฐเผาใช้เวลาสร้างถึง 2 ปี ขณะนี้ได้รับการรับรองจากยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก      ชมความงามของป้อมและตัวเมืองซูวอน หรือจะทดลองเล่นกีฬายิงธนู

วัดวาอูจองซา ( Waujeongsa Temple )
ซึ่งตั้งอยู่ในยงอิน จังหวัดคยองกีโด สร้างขึ้นในปี 1970 (ประมาณ 35 ปี) โดยนักบวชแฮด๊อก ภายในมีรูปสลักสะสมจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกมากกว่า  3,000  ชิ้น    โดยหนึ่งในรูปสลักที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ พระเศียรของพระพุทธเจ้ามีความสูง 8 เมตรตั้งอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าวัด  และได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊คให้เป็นรูปสลักที่ทำ จากไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และภายในวัดยังมีพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่ ที่สร้างจากไม้สนจีนที่นำมาจากอินเดีย เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2005 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระพุทธรูปปางสมาธิน้ำหนัก 7 ตัน ความสูง 5.4 เมตร หน้าตักกว้าง 2.85 เมตร เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้

 

Buyeo

สระน้ำกุงนัมจิ ( Gungnamji Pond )

เป็นทะเลสาบที่ถูกจำลองขึ้นให้คล้ายกับ ทะเลสาบในสมัยอาณาจักรแพ็กเจ ล้อมรอบด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม เกาะที่อยู่กลางทะเลสาบถูกสร้างขึ้นในสมัยเรืองอำนาจของกษัตริย์มู ซุ้มที่อยู่กลางทะเลสาบมีชื่อเรียกว่า พอยอง จอง และทางฝั่งตะวันออกของทะเลสาบมีภูเขาชื่อว่า ภูเขาฮวาจี มีฐานแท่นหินและส่วนของยอดแท่นหินได้จมลงในพื้นดินอยู่ ทางฝั่งตะวันตกของภูเขา นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนของเครื่องปั้นดินเผากระจายอยู่รอบๆ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาเดินทางมาเพื่อพักผ่อนและยัง สามารถศึกษาประวัติศาสตร์ในสมัยแพ็กเจอีกด้วย

 

Jeonju

พิพิธภัณฑ์กระดาษ ( Hansol Paper Museum )

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเพราะ ท่านจะได้ชมและเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับกระดาษของเกาหลี ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น ห้องจัดนิทรรศการ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต และห้องปฏิบัติการซึ่งจะมีการสาธิตทำกระดาษจากผู้เชี่ยวชาญและ ท่านยังสามารถลงมือทำกระดาษด้วยตัวเองอีกด้วย การสาธิตการทำกระดาษจะมีทุกสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน ยกเว้นวันศุกร์

 

Gyeongju

อุโมงค์ซกกูรัม ( Seokguram Grotto )

วัดที่สร้างขึ้นด้วยการแกะสลักหินแกรนิตภายใน อุโมงค์เพื่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เป็นหนึ่งในสถาปัตย กรรมในสมัยอาณาจักรโคเรียว  ตั้งอยู่บนยอดเขาโทฮัมซานทางทิศตะวันออก พระพุทธรูปที่อยู่ภายในซึ่งเรียกว่าบอนจอนมี พระพักตร์ยิ้มประทับนั่งอยู่บน ดอกบัวรูปครึ่งวงพระจันทร์ นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งขึ้นชื่อว่า สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง

พิพิธภัณฑ์เคียงจู ( Gyeongju Historic Area )

หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ไม่ควรพลาดเพราะมีประวัติศาสสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี ภายในนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองเคียงจู ตั้งแต่สมัยที่เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลา ประกอบด้วยวัตถุโบราณชนิดต่าง ๆ ทั้งเครื่องใช้ไม้สอย เครื่องประดับ งานศิลปะ และอาวุธที่เคยใช้ในสมัยนั้น โบราณวัตถุกว่าสามหมื่นชิ้นได้มาจากสระอานับจิ ด้านนอกซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีระฆังสมัยกษัตริย์ซงดอก ศิลปะวัตถุในพุทธศาสนาอันล้ำค่าซึ่งไม่ควรพลาด

วัดพุลกุกซา ( Bulguksa Temple )

วัดที่แสดงถึงเอกลักษณ์อันเก่าแก่ของเมืองเกียงจู ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 1995 เพราะความสวยงามของตัววัดและศิลปะที่สัมผัสได้จาก หินเก่าแก่ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก วัดพุลกุกซาสร้างขึ้นเมื่อปี 528 ในสมัยอาณาจักรชิลลา จุดเด่นของวัดแห่งนี้อยู่ที่เจดีย์สององค์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก และตะวันตกของวัดที่สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบเกาหลีมีความสูงถึง 10.4  และ 8.2 เมตร

 

Busan

วัดยงกุงซา

ตั้งอยู่ริมอ่าวทางตะวันออกเฉียงเหนือของพูซานสร้างขึ้นในปี 1376 สมัยอาณาจักรโคเรียว มีเจดีย์ 3 อง์และสิงโต 4 ตัวหันหน้าออกทะเล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโกรธ ความเศร้า และความสุข เมื่อเดินลงบันไดที่มีอยู่ 108 ขั้นลงมาด้านล่างจะสามารถชมความสวยงามของวัดได้อย่างเต็มตา ในช่วงปีใหม่คนเกาหลีนิยมมาขอพรและเฝ้า รอพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของวันใหม่

วัดโบโมซา

ซึ่งอยู่บนยอดเขากึมจงซาน ยอดเขาที่มีชื่อเสียงในพูซาน สร้างขึ้นเมื่อ 1,300 ปีก่อนโดยพระนามวิซังในปีที่ ของกษัตริย์มุนมูแห่งราชอาณาจักรชิลลา แต่ถูกทำลายในสมัยสงครามเกาหลี-ญี่ปุ่น หลังจากนั้นจึงถูกสร้างขึ้นใหม่โดยมีแดอุงจอนเป็น สถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์โชซอนที่โดดเด่นที่สุด

 

Odaesan

วัดวอลจงซา ( Woljeongsa Temple)

วัดที่ตั้งอยู่ในป่าทึบบริเวณอุทยานแห่งชาติโอแดซาน ทางหุบเขาฝั่งตะวันออก เป็นหนึ่งในวัดหลักแห่งที่สี่ ของศาสนาพุทธนิกายโจเกจงในจังหวัดคังวอนโด และเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยอาณาจักรชิลล่า

 

Jeongseon

หมู่บ้านอาโอราจี ( Aoraji Village )

หมู่บ้านจำลองที่มีบ้านแบบเกาหลีโบราณในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่บ้านของชาวบ้านทั่วไปไปจนถึงบ้านของขุนนาง  แต่ที่พิเศษกว่าหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งอื่น ๆ ก็คือ เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการปรับปรุงสถานที่ใหม่โดย มีการนำหุ่นจำลองโลหะ ขนาดเท่าตัวจริงของชาวเกาหลี ในชุดพื้นเมืองโบราณมาตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ของหมู่บ้าน ราวกับว่าพวกเขายังใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ นอกจากนี้บ้านทุกหลังที่มีอยู่ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวที่ต้อง การสัมผัสกับบรรยากาศการอาศัยในบ้านโบราณ การนอนในห้องพักแบบ อนดล พร้อมทั้งทดลองทำอาหารในห้องครัวแบบดั้งเดิม ราวกับกำลังเดินทางย้อนเวลากลับไปได้ด้วย

 
 
 

KTCC CO., LTD. - 95/4 Moo 8, Baan Klang Krung Office Park, Ladprao 71, Naknivas Rd., Ladprao, Bangkok 10230 Thailand
Tel: 02-539-5770 Fax: 02-539-5770 ext. 25