|
|
วัด และ สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม |
|
|
Seoul |
|
 |
พระราชวังเคียงบ๊อก (
Gyeongbokgung Palace )
พระราชวังโบราณที่เก่าแก่ที่สุด
ในอดีตพระราชวังแห่งนี้มีอาคารมากกว่า
200
อาคาร
แต่ได้ถูกทำลายไปมากในสมัยที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครอง
เคยเป็นศูนย์บัญชาการทางการทหาร
และเป็นที่ประทับของกษัตริย์กว่า
600
ปีก่อน ชมพระที่นั่งสำคัญๆ อาทิ
ตำหนักกษัตริย์ ตำหนักราชินี ตำหนักทรงพระอักษร
ท้องพระโรงออกว่าราชการ
และนำท่านถ่ายภาพคู่กับพลับพลากลางน้ำอันสวยงาม |
|
 |
พิพิธภัณฑ์คติชนพื้นเมือง (
Nation Folk Museum )
รับทราบประวัติความเป็นมาของคนเกาหลีตั้งแต่ยุคโบราณ
ผ่านทางห้องแสดงหุ่นจำลอง
|
|
 |
ทำเนียบประธานาธิบดี (
Blue House )
ทำเนียบของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน โน มู เฮียน
แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอนุสาวรีย์รูปนกฟีนิกซ์
สัญลักษณ์ความเป็นอมตะชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขารูปหัวมังกร
และวงเวียนน้ำพุ
นับเป็นจุดที่มีฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดของกรุงโซล
|
|
 |
หมู่บ้านวัฒนธรรมนัมซาน (
Namsan Hanok Village )
เดินย้อนเวลากลับไปในหมู่บ้านของสังคมชั้นสูงในสมัยราชวงศ์โชซอน
หรือที่เรียกว่า
“ยางบัล”
บ้านทั้งห้าหลังนี้เดิมกระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ กรุงโซล
แต่ภายหลังถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่
ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมในสมัยราช
วงศ์โชซอนบนพื้นที่
7934
ตารางเมตร
เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยนั้น
นอกจากนี้ยังมีสวนแบบเกาหลี
จัตุรัสกระสวยเวลา
ร้านจำหน่ายของที่ระลึกที่มีพ่อค้าแม่ค้าในชุดฮันบกคอยต้อนรับ
และการละเล่นของเด็กชาวเกาหลีในสมัยก่อนให้ได้ลอง อาทิ
ยุนโนริ
การปลูกดอกไม้ให้ลงในกระบอก
ในช่วงวันหยุดจะมีการจัดพิธีแต่งงานแบบโบราณที่บ้านแพคยองโฮ |
|
 |
พระราชวังเคียงฮุยกุง (
Gyeonghuigung Palace )
พระราชวังอันดับสองของราชวงศ์โชซอนเป็นหนึ่งในห้า
พระราชวังของราชวงศ์
ตั้งอยู่ทางตะวันตกของโซลและถูกเรียกว่าโซกวอน
ซึ่งหมายถึงวังตะวันตกตามสถานที่ตั้ง
สร้างขึ้นในปี ค.ศ.
1617
พระราชวังเคียงฮุยกุงจะถูกใช้เป็นสถานที่ลี้ภัย
ของกษตริย์ยามที่บ้านเมืองมีภัย
ในสมัยก่อนภายในบริเวณพระราชวังเคียงฮุยกุงเต็มไปด้วย
อาคารน้อยใหญ่นับร้อยหลัง
แต่หลังจากถูกญี่ปุ่นทำลายในยุคสงครามเกาหลี-ญี่ปุ่น
พระราชวังเดิมก็ได้รับการบูรณะจนอยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนอย่าง
ที่เห็นในปัจจุบันอีกครั้ง
ส่วนอาคารที่เคยอยู่กันอย่างหนาแน่นเหลือ
เพียงที่โล่งซึ่งถูกจัดเป็นสวนด้านหน้า
และอีกส่วนหนึ่งญี่ปุ่นสร้างโรงเรียนขึ้นมาแทน
ที่ก่อนที่โรงเรียนมัธยมเคียงซอง
จะย้ายมาทำการแทน พร้อมชมการแสดง โชว์ เทควันโด
ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของเกาหลี
และ โชว์ การร้องเต้นเล่นระบำพื้นบ้าน |
|
 |
วัดโชเกซา (
Jogyesa Temple )
วัดแห่งนี้อยู่ใจกลางเมือง และวันที่8
เดือน
4
ของปีจันทรคติ
จะมีขบวนแห่โคมไฟรูปดอกบัว ซึ่งตั้งต้นที่สนามกีฬาทงแดมุน
เคลื่อนไปตาม ถนนชงโน
และไปสิ้นสุดที่วัดโซเกซา
|
|
 |
วัดพงอึนซา (
Bongunsa Temple )
ท่านผู้อาวุโสเยินโฮ สร้างวัดนี้ในปี ค.ศ.794
ในช่วงสมัยกษัตริย์วอนซองแห่งราชวงศ์ชิลลา
ในหอพระสูตรจะมีท่อนไม้แขวนอยู่
ซึ่งได้สลักพระสูตรไว้โดยช่างประดิษฐ์อักษรผู้มีชื่อเสียงก้องไปทั่วเกาหลี
|
|
|
Suwon |
|
 |
ป้อมฮวาซอง (
Hwasong Fortress )
ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างจากสมัยพระเจ้าชองโจ ใน ค.ศ.1796
(ประมาณ
209
ปี)
ตั้งล้อมรอบเมืองซูวอน
ซึ่งแสดงถึงเทคนิคการสร้างชั้นยอดฝีมืออันประณีต
มีการเก็บรักษาไว้อย่างดี
ป้อมนี้สร้างขึ้นด้วยหินและอิฐเผาใช้เวลาสร้างถึง
2
ปี
ขณะนี้ได้รับการรับรองจากยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก
ชมความงามของป้อมและตัวเมืองซูวอน
หรือจะทดลองเล่นกีฬายิงธนู
|
|
 |
วัดวาอูจองซา (
Waujeongsa Temple )
ซึ่งตั้งอยู่ในยงอิน
จังหวัดคยองกีโด สร้างขึ้นในปี
1970 (ประมาณ
35
ปี) โดยนักบวชแฮด๊อก
ภายในมีรูปสลักสะสมจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกมากกว่า
3,000
ชิ้น
โดยหนึ่งในรูปสลักที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ
พระเศียรของพระพุทธเจ้ามีความสูง
8
เมตรตั้งอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าวัด
และได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊คให้เป็นรูปสลักที่ทำ
จากไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
และภายในวัดยังมีพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่
ที่สร้างจากไม้สนจีนที่นำมาจากอินเดีย
เมื่อวันที่
9
กันยายน
2005
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระพุทธรูปปางสมาธิน้ำหนัก
7
ตัน ความสูง
5.4
เมตร หน้าตักกว้าง
2.85
เมตร เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ |
|
|
Buyeo |
|
 |
สระน้ำกุงนัมจิ (
Gungnamji Pond )
เป็นทะเลสาบที่ถูกจำลองขึ้นให้คล้ายกับ
ทะเลสาบในสมัยอาณาจักรแพ็กเจ
ล้อมรอบด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม
เกาะที่อยู่กลางทะเลสาบถูกสร้างขึ้นในสมัยเรืองอำนาจของกษัตริย์มู
ซุ้มที่อยู่กลางทะเลสาบมีชื่อเรียกว่า
“พอยอง
จอง”
และทางฝั่งตะวันออกของทะเลสาบมีภูเขาชื่อว่า ภูเขาฮวาจี
มีฐานแท่นหินและส่วนของยอดแท่นหินได้จมลงในพื้นดินอยู่
ทางฝั่งตะวันตกของภูเขา
นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนของเครื่องปั้นดินเผากระจายอยู่รอบๆ
เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาเดินทางมาเพื่อพักผ่อนและยัง
สามารถศึกษาประวัติศาสตร์ในสมัยแพ็กเจอีกด้วย |
|
|
Jeonju |
|
 |
พิพิธภัณฑ์กระดาษ (
Hansol Paper Museum )
สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเพราะ
ท่านจะได้ชมและเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับกระดาษของเกาหลี
ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น ห้องจัดนิทรรศการ
เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต
และห้องปฏิบัติการซึ่งจะมีการสาธิตทำกระดาษจากผู้เชี่ยวชาญและ
ท่านยังสามารถลงมือทำกระดาษด้วยตัวเองอีกด้วย
การสาธิตการทำกระดาษจะมีทุกสัปดาห์ที่
2
และ
4
ของทุกเดือน ยกเว้นวันศุกร์
|
|
|
Gyeongju |
|
 |
อุโมงค์ซกกูรัม (
Seokguram Grotto )
วัดที่สร้างขึ้นด้วยการแกะสลักหินแกรนิตภายใน
อุโมงค์เพื่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ
เป็นหนึ่งในสถาปัตย กรรมในสมัยอาณาจักรโคเรียว
ตั้งอยู่บนยอดเขาโทฮัมซานทางทิศตะวันออก
พระพุทธรูปที่อยู่ภายในซึ่งเรียกว่าบอนจอนมี
พระพักตร์ยิ้มประทับนั่งอยู่บน
ดอกบัวรูปครึ่งวงพระจันทร์
นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งขึ้นชื่อว่า
สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง |
|
 |
พิพิธภัณฑ์เคียงจู (
Gyeongju Historic Area )
หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ไม่ควรพลาดเพราะมีประวัติศาสสตร์ยาวนานกว่า
90
ปี
ภายในนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองเคียงจู
ตั้งแต่สมัยที่เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลา
ประกอบด้วยวัตถุโบราณชนิดต่าง ๆ
ทั้งเครื่องใช้ไม้สอย เครื่องประดับ งานศิลปะ
และอาวุธที่เคยใช้ในสมัยนั้น
โบราณวัตถุกว่าสามหมื่นชิ้นได้มาจากสระอานับจิ
ด้านนอกซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
มีระฆังสมัยกษัตริย์ซงดอก
ศิลปะวัตถุในพุทธศาสนาอันล้ำค่าซึ่งไม่ควรพลาด |
|
 |
วัดพุลกุกซา (
Bulguksa Temple )
วัดที่แสดงถึงเอกลักษณ์อันเก่าแก่ของเมืองเกียงจู
ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี
1995
เพราะความสวยงามของตัววัดและศิลปะที่สัมผัสได้จาก
หินเก่าแก่ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก
วัดพุลกุกซาสร้างขึ้นเมื่อปี
528
ในสมัยอาณาจักรชิลลา
จุดเด่นของวัดแห่งนี้อยู่ที่เจดีย์สององค์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก
และตะวันตกของวัดที่สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบเกาหลีมีความสูงถึง
10.4 และ
8.2
เมตร
|
|
|
Busan |
|
 |
วัดยงกุงซา
ตั้งอยู่ริมอ่าวทางตะวันออกเฉียงเหนือของพูซานสร้างขึ้นในปี
1376
สมัยอาณาจักรโคเรียว มีเจดีย์
3
อง์และสิงโต
4
ตัวหันหน้าออกทะเล
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโกรธ ความเศร้า และความสุข
เมื่อเดินลงบันไดที่มีอยู่
108
ขั้นลงมาด้านล่างจะสามารถชมความสวยงามของวัดได้อย่างเต็มตา
ในช่วงปีใหม่คนเกาหลีนิยมมาขอพรและเฝ้า
รอพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของวันใหม่ |
|
 |
วัดโบโมซา
ซึ่งอยู่บนยอดเขากึมจงซาน ยอดเขาที่มีชื่อเสียงในพูซาน
สร้างขึ้นเมื่อ
1,300
ปีก่อนโดยพระนามวิซังในปีที่
ของกษัตริย์มุนมูแห่งราชอาณาจักรชิลลา
แต่ถูกทำลายในสมัยสงครามเกาหลี-ญี่ปุ่น
หลังจากนั้นจึงถูกสร้างขึ้นใหม่โดยมีแดอุงจอนเป็น
สถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์โชซอนที่โดดเด่นที่สุด |
|
|
Odaesan |
|
 |
วัดวอลจงซา (
Woljeongsa Temple)
วัดที่ตั้งอยู่ในป่าทึบบริเวณอุทยานแห่งชาติโอแดซาน
ทางหุบเขาฝั่งตะวันออก
เป็นหนึ่งในวัดหลักแห่งที่สี่
ของศาสนาพุทธนิกายโจเกจงในจังหวัดคังวอนโด
และเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยอาณาจักรชิลล่า |
|
|
Jeongseon |
|
 |
หมู่บ้านอาโอราจี (
Aoraji Village )
หมู่บ้านจำลองที่มีบ้านแบบเกาหลีโบราณในรูปแบบต่าง ๆ
ตั้งแต่บ้านของชาวบ้านทั่วไปไปจนถึงบ้านของขุนนาง
แต่ที่พิเศษกว่าหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งอื่น ๆ ก็คือ
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการปรับปรุงสถานที่ใหม่โดย
มีการนำหุ่นจำลองโลหะ
ขนาดเท่าตัวจริงของชาวเกาหลี
ในชุดพื้นเมืองโบราณมาตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ของหมู่บ้าน
ราวกับว่าพวกเขายังใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
นอกจากนี้บ้านทุกหลังที่มีอยู่ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวที่ต้อง
การสัมผัสกับบรรยากาศการอาศัยในบ้านโบราณ
การนอนในห้องพักแบบ
“อนดล”
พร้อมทั้งทดลองทำอาหารในห้องครัวแบบดั้งเดิม
ราวกับกำลังเดินทางย้อนเวลากลับไปได้ด้วย |